.
การได้มาซึ่งหนึ่งไอเดียในการเล่าเรื่องอะไรซักอย่าง อาจหมายถึงข้อมูลที่นับร้อยจากหลายๆอุตสาหกรรมที่ถูกดึงออกมาเรียบเรียงใหม่จนเกิดเป็นไอเดียนั้น
.
แน่นอนว่าถ้าจะหาเงินกับเรื่องใดเรื่องนึง เราต้อง “ลึก” กับเรื่องนั้นๆ
.
แต่หากไม่สามารถสื่อสารออกไปให้กลุ่มเป้าหมายหรือคนที่จะจ่ายเงินให้เราเข้าใจได้ เราจะกลายเป็นเพียง Specialist ที่คุยกับใครไม่ค่อยรู้เรื่อง
.
นักสื่อสาร เราสื่อสารโดยหาทางเชื่อมเรื่องที่เราเชี่ยวชาญ ให้เข้ากับเรื่องที่กลุ่มเป้าหมายมีความสนใจอยู่แล้ว
.
เช่น ผู้รับเหมาท่านหนึ่งอยากทำคอนเท้นคุยเรื่องการสร้างบ้าน มีความรู้มากมายเกี่ยวกับงานด้านกลศาสตร์และสถาปัตย์
.
นั่นเยี่ยมครับ แต่ลูกค้าไม่อยากรู้ไง เค้าอาจจะสนใจนะเรื่องบ้านน่ะ เพราะกำลังอยากจะรีโนเวทบ้านอยู่พอดี แต่ให้มานั่งฟังเรื่องการเดินสายไฟซ่อนหลังกำแพงซัก 2-3 นาที ก็น่าจะเป็นอะไรที่ยากอยู่
.
หรือต่อให้เราพยายามจะทำให้เค้ารู้ เค้าก็จะถามว่า … ใกล้ถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของกรุรึยัง
.
แต่ถ้าเราพอจะรู้มาบ้างว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นติ่งซีรีย์เกาหลีขั้นสุด หัวข้อคอนเท้นที่เราควรทำออกไปสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอาจจะเป็น
.
อยากมีระบบดับเพลิงแบบในฉากที่ ยุนอา จูบกับ จุนโฮ เรื่อง King The Land ต้องใช้เงินเท่าไหร่ วันนี้ช่างคิวจะเล่าให้ฟัง
.
ดาราเกาหลีแต่ล่ะคน อยู่บ้านราคาเท่าไหร่และตกแต่งสไตล์ไหนกันบ้าง เดี๋ยวช่างคิวจะพาไปดู
.
แน่นอนว่าจะมีหลายคนมองหัวข้อเหล่านี้ว่าไร้สาระ
.
แต่เชื่อเถอะสำหรับกลุ่มเป้าหมาย หัวข้อแบบนี้หยุดนิ้วของพวกเค้าได้ดีนักแล
.
เก็บสะสมข้อมูล อ่าน ดู ฟัง คุย ในเรื่องที่อยู่ไกลออกไปจาก อุตสาหกรรมของเราอยู่เสมอ การ์ตูน แฟชั่น วัฒนธรรม ศาสนา สัตว์เลี้ยง ดนตรี การเมือง ไปจนถึงดาราคนนั้นมันเลิกกับแฟนรึยังนะ
.
รู้ให้กว้างพอที่จะไปเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายในหลายๆกลุ่ม และ รู้ให้ลึกมากพอที่จะเล่าเรื่องนั้นออกมาด้วยภาษาง่ายๆ
.
สามารถเชื่อมประเด็นทั้งส่วนกว้างและแนวลึก ออกแบบเนื้อหาแล้วเล่าเรื่องออกมา จนกลายเป็นคนที่กลมกลืนและเข้ากับกลุ่มเป้าหมายได้
.
สินค้าที่แฝงไปกับเรื่องราวที่ลูกค้าสนใจ ไม่ต่างอะไรกับการให้ลูกค้าเปิดรับ ม้าเมืองทรอย เข้าไปจอดพักอยู่กลางใจ
.
แล้วพอเข้ามาอยู่ในใจของลูกค้าได้แล้ว อยากขายอะไรตอนไหน … เราก็ขายได้
.
คยต

