อย่าขาย… ให้เล่าเรื่อง

By

ข้อมูลที่แฝงมากับเหตุการณ์จะทำให้เกิดเรื่องเล่า
.
หากเรื่องเล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของผู้ฟังจะทำให้เกิดความความรู้สึกร่วม
.
ความรู้สึกร่วมจะทำให้เกิดความสัมพันธ์ และนำไปสู่ความคุ้นเคบการกระทำอะไรบางอย่าง
.
การกระทำบางอย่างซ้ำๆ จะทำให้เกิดเรื่องเล่าและสร้างความรู้สึกร่วมกับผู้ฟังคนต่อไป
.
จนเกิดเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ และ เกิดเป็นวัฒนธรรมในสังคมของคนที่อินกับเรื่องราวนั้นๆ
.
“แบรนด์” คือความรู้สึกที่เรามีต่ออะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่
.
พี่คนนั้นเค้าดูพึ่งพาได้จังเลยเข้าไปขอคำปรึกษาเค้าหน่อยดีกว่า
.
เสื้อตัวนี้ดูน่าจะใส่สบายเหมาะกับอากาศช่วงนี้จังเลย
.
รีสอร์ทนี้ดูปลอดภัยมากๆน่าพาลูกๆไปเที่ยว
.
อยากไปลองอาหารร้านนั้น เห็นเค้าว่าสูตรที่ทำเป็นของคนในราชวงศ์เมื่อ 160 ปีก่อน
.
ข้อมูลที่ปราศจากเรื่องราว จะไม่มีวันเข้าไปในหัวของลูกค้าได้ นอกเสียจากว่าลูกค้าคนนั้นจะเก่งพอที่จะออกแบบเรื่องราวของตัวเค้าให้เข้ากับข้อมูลที่เราส่งให้ได้เอง
.
ซึ่งต้องใช้พลังงานของสมองเยอะมาก
.
แต่ในทางกลับกัน แบรนด์ที่เก่งๆจะสามารถออกแบบเรื่องราวที่ออกแบบมาอย่างดีแล้วว่า กลุ่มเป้าหมายที่จะได้ฟังเรื่องราวนี้ต้อง “อิน” อย่างแน่นอน
.
จากหนึ่งคนที่ได้เข้ามามีประสบการณ์แบรนด์ จะสร้างเรื่องเล่าใหม่ขึ้นมา แล้วส่งต่อเรื่องราวออกไปเรื่อยๆ จาก 1 เป็น 2 จนเกิดเป็นกลุ่มคน
.
การทำแบรนด์ คือการออกแบบเรื่องราว ที่คิดมาอย่างดีแล้วว่า “จะเล่าให้ใครฟัง”

อย่าตะบี้บันตะบันยัดเล่าเรื่องให้กับคนที่ดูแล้วเค้าไม่น่าจะอินกับเรื่องที่เราเล่า ถ้าอยากได้เค้าเป็นลูกค้าจริงๆก็ไปออกแบบเรื่องเล่ามาใหม่
.
หรือ ที่แย่กว่าการเล่าให้คนฟังผิดคน
.
คือการเอาแต่พ่นข้อมูลที่ไม่มีบริบทอะไรแฝงไปเลย ให้กับกลุ่มเป้าหมาย
.
นี่คือที่นอนเมโมรี่โฟม ราคา 4,900 บาท ซื้อตอนนี้แถมหมอนใบนึง
.
หรือ ผมไม่เคยตื่นไปทำงานทันเลย โดนเจ้านายบึ้งใส่ตลอด เอาจริงๆเพราะกว่าผมจะหลับก็ร่วมๆ ตี 1 ตี 2 เข้าไปแล้ว แต่หลังจากเปลี่ยนมาใช้ที่นอนตัวนี้ เวลานอนของผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ววันนี้เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่พอเจ้านายเจอผมแล้วแกยิ้มให้
.
แน่นอนว่าเรื่องเล่าแต่ละเรื่องไม่สามารถทำให้ทุกคน “อิน” ได้ เพราะประสบการณ์ของผู้ฟังแต่ละคนไม่เหมือนกัน
.
จึงเป็นเหตุผลที่เราต้อง “โฟกัส” กลุ่มเป้าหมายให้ชัด และออกแบบเรื่องเล่าให้หลากหลายและเหมาะสมไปแต่ละกลุ่มคน
.
แต่เพราะถ้าทำแบบนั้น งานมันจะยุ่งยากและวุ่นวาย หลายๆคนเลยวนเวียนอยู่แต่การทำภาพสวยๆ จัดโปรโมชั่น และ เอาแต่พูดถึงคุณสมบัติของสินค้า แล้วปล่อยให้ลูกค้าไปคิดเอาเองว่ามันดีกับเมิงยังไง
.
อย่าเอาแต่แย้งว่า ยังไงลูกค้า ก็ซื้อเพราะราคา เรื่องราวไม่เห็นเกี่ยว
.
วันนี้เรามี หมูกะทะที่หารกันตกคนละเกือบ 2,000
มีไอติมรูปวัดแท่งละเกือบ 100 ที่ดังไปทั่วโลก
แว่น VR ราคาหลักแสน ที่ดูทรงจะ sold out ตั้งแต่ชั่วโมงแรก
.
ผ่านเรื่องราวที่แบรนด์ออกแบบ(และเล่าผ่านคุณสมบัติของสินค้า) มาเป็นอย่างดี
.
ราคาเองก็เป็นส่วนนึงในการตัดสินใจ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อเพราะราคาไง (ของบางอย่างถ้าอยากได้มากจริงๆเราซื้อโดยไม่ดูราคาด้วยซ้ำ)
.
เป็นเรื่องยากที่แบรนด์เล็กๆจะไปสู้ด้วยราคา อย่าเผลอลงไปในสนามนั้น สร้างเรื่องราวและหากลุ่มเป้าหมายของตัวเองให้เจอ
.
เรื่องเล่าจะทำให้ลูกค้ายอมจ่ายได้แพงขึ้น
.
นิยามของ กลุ่มเป้าหมาย คือ มีความต้องการ และ มีกำลังซื้อ
.
เราสร้างความต้องการให้เกิดขึ้นด้วยเรื่องเล่า ส่วนกำลังซื้อ เดี๋ยวคนที่อยากได้เค้าไปรับผิดชอบตัวเค้าเองแหละ แล้วถ้าทำไม่ได้ …
.
เค้าก็แค่ไม่ใช่ลูกค้าของเราเท่านั้นเอง
.
คยต