.
หนึ่งสูตรที่คนจีนเค้าสอนกันในการทำคอนเทนค์ TikTok คือ “ทุกๆ 3 วิ ต้องมีอะไรใหม่”
.
ปูพื้นฐานความเข้าใจ เคมีสมองตัวนึงที่เรียกว่า “โดพามีน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาเมื่อสมองของเราได้รับรางวัลหรือได้รับข้อมูลที่เราต้องการ
.
ทีนี้มันเกี่ยวอะไรกับ กฎ 3 วิ ในการทำคอนเทนต์ คืองี้ โดพามีนที่หลั่งออกมาจะทำให้เรามีความสุขได้แค่ชั่วครู่แต่ผลข้างเคียงของมันคือเมื่อเราได้รับรางวัลนั้นแล้ว สมองเราจะรู้สึกเบื่อหน่ายหรือเศร้าหน่วงๆโดยที่เราไม่รู้ตัว จนทำให้สมองต้องมองหาแหล่งโดพามีนใหม่อยู่เรื่อยๆ
.
ลองนึกถึงตัวเองตอนที่กำลังดูซีรีย์ จังหวะที่มีซีนนิ่งๆเนือยๆที่ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ สมองจะสั่งให้เราคว้ามือถือขึ้นมาไถทันที
.
อันนั้นแหละ เรากำลัง “เสพติดโดพามีน”
.
หรือพูดอีกนัยนึงก็คือ ถ้าคอนเทนต์ที่เราทำ ไม่สามารถทำให้คนดูได้รับข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจ หรือชวนให้ติดตาม มีโอกาสสูงมากที่ในเวลา 3 วินาที สมองจะสั่งให้มือของคนดูปันคอนเทนต์นั้นทิ้งเพื่อไปรับข้อมูลใหม่ๆในวีดีโอถัดไปแทน
.
ตัวอย่างของคอนเทนต์ที่ทำให้สมองคนดูเบื่อหน่ายได้ง่ายจะมีหน้าตาแบบ
– ตั้งกล้องมุมเดียวนิ่งๆ
– จ้องกล้องเขม็ง
– พูดยาวๆตามบท แบบรวดเดียวจบ
– ฉากหลังเรียบๆไม่น่าสนใจ แบบกำแพงหรือผ้าม่าน
– ไร้อารมณ์ มีแต่ข้อมูลหนักๆ
.
อย่าลืมว่า TikTok วัดผลว่าคลิปไหนจะปังหรือพัง ตัวแปรสำคัญคือ “เวลาที่คนดูใช้ไปกับคลิปของเรา”
.
การล่อให้คนอยู่กับคลิปเราจนจบจึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ
.
ตัวอย่างเทคนิค ที่พอจะล่อให้คนดูอยู่กับคลิปเราได้นานขึ้นอีกหน่อย
.
– ใช้ jump cut ช่วยชนประโยคพูด เพื่อไม่ให้เกิด dead air ช่วงพักหายใจ หรือจังหวะ เอิ่ม อ่า
.
– ตัดเปลี่ยนมุมกล้องในแต่ละประโยคที่พูด พูดประโยคนึง ก็เปลี่ยนมุมถ่ายทีนึงแล้วเอามาตัดต่อกัน
.
– ใช้ Meme แทรก ตอนจบประโยคสำคัญ
.
– ใช้เสียงเอฟเฟคยิงเข้าไปในประโยคที่อยากให้คนดูสนใจ พวก ปิ้ง! ตึง! ฟึบ! ฟับ! ฉิ้ง!
.
– insert ภาพที่สอดคล้องกับคำพูด เช่น พอพูดว่า “สมัยเรียน” ก็แทรกภาพบรรยากาศห้องเรียนเข้ามา
.
– ใช้พรอพประกอบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พูด เช่น ถือ กล้องถ่ายรูปไปด้วย ตอนพูดเรื่องการถ่ายภาพ
.
รายละเอียกเล็กๆน้อยๆ พวกนี้ แม้จะไม่ได้ช่วยให้คอนเทนต์ของเรามีสาระสำคัญมากขึ้น แต่มันจะช่วยกระตุ้นให้สมองคนดูยังคงหลั่งโดพามีนออกมาอยู่เรื่อยๆ ขะช่วยยืดเวลาการดู และลดโอกาสที่คนดูจะปัดคอนเทนต์ของเราทิ้ง
.
และแน่นอนว่า จะทำเรื่องพวกนี้ได้เราต้องวางแผนการถ่ายทำกันที่ล่ะชอต บรรทัดต่อบรรทัด
.
พอเห็นสิ่งที่คนจีนเค้าสอนกัน เลยหายสงสัยว่า ทำไมเค้าถึงได้เรียนกันทีเป็นเทอมๆ
.
ส่วนใครที่ขี้เกียจบินไปเรียนถึงจีนเอง หรือ ไม่ได้เรื่องภาษา เอาเป็นว่ามาเรียนกับ#พี่เปี๊ยกจัดให้ แทนก็ได้
.
เพราะจากที่นั่งสอนกับแกมา 4 รุ่น เห็นเลยว่าพี่เปี๊ยกแกเลือกคัดแต่เทคนิคจำเป็น ออกมาจากแต่ละหลักสูตรของเหล่าซือดังๆที่แกไปเรียนมาให้แล้ว
.
ตั้งแต่การเขียนบท มุมกล้อง โครงสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึง Business Model ในการหาเงิน
.
และที่สำคัญ แกหาตัวอย่างคอนเทนต์จาก Douyin มาโคตรเยอะ แถมตามตรวจการบ้าน คอยหา Ref ให้ลูกศิษย์ในกลุ่มต่ออีก
.
เข้าร่วมหลักสูตรรุ่นสุดท้ายของปีที่ลิงค์นี้คนับ : https://card.pundai.com/3WbLEL?isFB=1
.
คยต x พี่เปี๊ยกจัดให้

